Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

www.milesiam.org | วันจันทร์ ที่ 16 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561
อาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพ รู้ไว้ใช่ว่า
การดูแลสุขภาพ
กินเจหรือมังสวิรัติ ช่วยลดภาวะโลกร้อน

การรับประทานเนื้อสัตว์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการตัดไม้ ทำลายป่า เพื่อทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ การทำปศุสัตว์ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงมากและส่งผลโดยตรงต่อภาวะเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 2
การทำปศุสัตว์ ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน เนื่องจากแบคทีเรียในกระเพาะอาหารของสัตว์กินหญ้าประเภทวัว ควาย แพะ แก และ อูฐ จะย่อยอาหารและปล่อยก๊าซมีเทนออกมา มีการศึกษาพบว่าในแต่ละวันวัว 1 ตัว จะเรอก๊าซมีเทนออกมา 0.5 ปอนด์ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาประเทศไทยมี วัว ควาย ประมาณ 11 ล้านตัว หากวัว ควาย เรอเพียงนาทีละครั้ง จะมีปริมาณก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมา 5.5 ล้านปอนด์ ก๊าซมีเทนจะเก็บความร้อนไว้ได้นานกว่า 10 ปี และเก็บความร้อนไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 20 เท่า เป็นข่าวร้ายที่นักวิทยาศาสตร์ได้พบก๊าซมีเทนจำนวนมากมาย
มหาศาลประมาณ 400,000 ล้านตัน อยู่ภายใต้น้ำแข็งทางแถบเหนือของไซบีเรีย (อ้างอิงจากเว็บ http://www.greentheearth.info) ทำให้โลกร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ก้อนน้ำแข็งมหึมาจากขั้วโลกละลายเร็วขึ้นกว่าที่ควรเป็น ทำให้ระดับน้ำทะเล สูงขึ้น ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติส่งผลกระทบกับทุกประเทศทั่วโลก
ความจริงอีกเรื่องหนึ่งที่เรามักมองข้ามไป คือ การทำปศุสัตว์ จำเป็นต้องใช้พื้นที่จำนวนมากในการเพาะปลูกเมล็ดธัญพืช เพื่อเป็นอาหารสัตว์ มีการประมาณการว่าเมล็ดธัญพืชจำนวน 8 กิโลกรัมที่ใช้เลี้ยงสัตว์ สามารถผลิตเนื้อวัวได้เพียง 1 กิโลกรัม หรือ คิดเป็นเพียง 12.50 % ของน้ำหนักอาหารที่เราได้จากการแปลงเมล็ดธัญพืชมาเป็นเนื้อสัตว์ มีการประมาณการว่าเมล็ดธัญพืช จำนวน 8 กิโลกรัม สามารถเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัวมนุษย์ขนาด 4 คน ได้ถึง 1 สัปดาห์
พื้นดินขนาด 2.5 ไร่ ถ้านำไปใช้ในการทำปศุสัตว์ จะผลิตเนื้อสัตว์ได้เพียง 1,250 กิโลกรัม แต่ในจำนวนพื้นที่เท่ากัน สามารถนำไปปลูกมันฝรั่งได้ 20,000 กิโลกรัม ดังนั้นการเปลี่ยนไปกินอาหารเจ หรือ มังสวิรัติ จะทำให้เรามีพื้นดินเหลือมากเพื่อนำไปใช้ผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลก เป็นเรื่องน่าสลดใจที่ทุกๆปี ประชากรโลกจำนวนมากต้องตายเพราะความอดอยาก หิวโหย เช่น ประเทศเอธิโอเปีย เป็นต้น หน่วยงานด้านอาหารขององค์การสหประชาชาติเสนอรายงานในปี 2553 ว่า ประชาชนมากกว่า 1,000 ล้านคน หรือ 1 ใน 6 ของประชากรโลก กำลังจะประสบกับภาวะอดอยากหิวโหย โดย 2 ใน 3 ของจำนวนนั้น คือ 642 ล้านคน อยู่ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของเรา เมื่อคำนวณแล้วทุกๆ 6 วินาทีจะมีเด็กเสียชีวิตเพราะความหิวโหย
ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ถูกนำไปใช้อย่างสิ้นเปลื้องกับการทำปศุสัตว์ คือ น้ำ ปกติคนใช้น้ำเพื่อดื่มและบริโภคเฉลี่ยวันละ 3 ลิตร ขณะที่การปลูกมันฝรั่ง 1 กิโลกรัมใช้น้ำ 255 ลิตร แต่เนื้อวัว 1 กิโลกรัมใช้น้ำในการผลิตถึง 15,497 ลิตร ท่านทราบหรือไม่ว่า วัวหนึ่งตัวใช้น้ำตลอดชีวิตเท่ากับ 3,091,000 ลิตร แบ่งเป็น
  • 3,060,000 ลิตร สำหรับใช้ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ อาหาร และ ฟาง ปริมาณ 8,500 กิโลกรัม
  • 24,000 ลิตร สำหรับให้วัวดื่ม
  • 7,000 ลิตร สำหรับทำความสะอาดคอก และรอบๆฟาร์ม
ข้อมูลจากหนังสือ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค ฉบับภาษาไทย เดือน เมษายน 2553 ตอน น้ำ เมื่อโลกกระหาย แสดงให้เราเห็นความจริงที่น่าตกใจว่า อาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ ใช้น้ำในปริมาณมากมายเพียงใดเปรียบเทียบกับอาหารจากพืช
ปริมาณน้ำที่ใช้ ปริมาณอาหารที่ผลิตได้
11,535 ลิตร ไส้กรอก 1 กิโลกรัม
6,309 ลิตร เนื้อหมู 1 กิโลกรัม
4,914 ลิตร เนยแข็ง 1 กิโลกรัม
3,918 ลิตร เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม
3,160 ลิตร มะเดื่อ 1 กิโลกรัม
909 ลิตร ข้าวโพด 1 กิโลกรัม
859 ลิตร กล้วย 1 กิโกรัม
697 ลิตร แอปเปิ้ล 1 กิโลกรัม
655 ลิตร องุ่น 1 กิโลกรัม
457 ลิตร ส้ม 1 กิโลกรัม
276 ลิตร สตอว์เบอร์รี่ 1 กิโลกรัม
359 ลิตร ถั่ว 1 กิโลกรัม
255 ลิตร มันฝรั่ง 1 กิโลกรัม
208 ลิตร มะเขือ 1 กิโลกรัม
200 ลิตร นม 1 แก้ว


กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติอินลา (INLA) ส่งเสริมให้เราเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เน้นการบริโภคเนื้อสัตว์ มาเป็นไม่บริโภคเนื้อสัตว์ สนับสนุนการรับประทานอาหารเจ หรือ มังสวิรัติ ถ้าเราทุกคนพร้อมใจกัน ลด ละ เลิก การบริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ วัว ก็จะทำให้จำนวนก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมาจากสัตว์เหล่านี้ลดลงตาม ทำให้เราได้พื้นที่และปริมาณน้ำจำนวนมากคืนมา เพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติทั้งดินและน้ำมาเพิ่มปริมาณการเพาะปลูกพืช ผัก และ ป่าไม้ ก็จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เป็น 1 ใน 6 ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ จะเห็นว่าการลดบริโภคเนื้อสัตว์ ช่วยให้เราลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก 2 ชนิดพร้อมๆกัน ก็จะเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อน
การกินเจ หรือมังสวิรัติ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่พวกเราสามารถช่วยหยุดภาวะโลกร้อน ช่วยให้เราได้ธรรมชาติที่สวยงามคืนมา ที่สำคัญการกินเจ หรือมังสวิรัติ จะทำให้เราได้สุขภาพแข็งแรง สดชื่น จิตใจแจ่มใส ปลอดโปร่ง อารมณ์เย็น ไม่ขุ่นมัว หงุดหงิดง่าย เพราะ อาหารเจ มีแต่ผัก ผลไม้ ถั่ว งา พืชต่างๆ ไม่มีเลือด เนื้อ ทุกวันเราต้องรับประทานอาหาร จึงต้องเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตนเอง
การกินอาหารเจ หรือมังสวิรัติ ทำให้จิตญาณของเราเกิดความเมตตาต่อชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา

Click เพื่อดู VDO "ความจริงโรงฆ่าสัตว์ ก่อนที่จะเป็นอาหารของเรา
อ้างอิงจากเว็บ http://www.youtube.com/watch?v=iWjABsN5wPw (ความจริงโรงฆ่าสัตว์ ก่อนที่จะเป็นอาหารของเรา)
http://www.youtube.com/watch?v=FZ-4Ff3X0JQ&feature=related (โรงฆ่าระบบทันสมัย)
อาหารเจ หรือมังสวิรัติ สำหรับคนไทย สามารถทำได้ทุกอย่าง ใช้เครื่องปรุงเหมือนเดิม โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
  • ใช้เห็ดต่างๆ เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ หมี่กึน โปรตีนเกษตร แทนเนื้อสัตว์
  • ใช้ซีอ๊วขาว เกลือป่น ซอสถั่วเหลือง ปรุงรส แทนน้ำปลา
  • ใช้ถั่วหมัก เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ แทนกะปิ
  • ใช้น้ำมันพืช แทนน้ำมันหมู
  • ใช้งาขาวคั่ว แทนกระเทียม
การกินอาหารเจ หรือมังสวิรัติ ทำให้จิตญาณของเราเกิดความเมตตาต่อชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา
ข้อควรปฏิบัติ ในการรับประทานอาหารเจ หรือมังสวิรัติ
การกินอาหารเจ หรือมังสวิรัติ ทำให้จิตญาณของเราเกิดความเมตตาต่อชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา
การเลือกซื้อผักผลไม้เพื่อนำมาปรุงและการบริโภค ในแต่ละวันควรจัดให้ได้ครบตามสีของธาตุทั้ง 5 ดังนี้
  1. สีแดง (แดงส้ม,แสด,ชมพู) แทนสัญลักษณ์ ธาตุไฟ ได้แก่ มะเขือเทศ มะละกอ ส้ม แตงโม ฯลฯ
  2. สีดำ (น้ำเงิน, ม่วง) แทนสัญลักษณ์ ธาตุน้ำ ได้แก่ มะเขือม่วง เผือก เห็ดหูหนู ละมุด องุ่น ฯลฯ
  3. สีเหลือง (เหลืองแก่, เหลืองอ่อน) แทนสัญลักษณ์ ธาตุดิน ได้แก่ ฟักทอง ข้าวโพด พริกเหลือง มะม่วง กล้วย ทุเรียน ฯลฯ
  4. สีเขียว (เขียวเข้ม, เขียวอ่อน) แทนสัญลักษณ์ ธาตุไม้ ได้แก่ ผักคะน้า ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ฝรั่ง ชมพู่ มะเฟือง ฯลฯ
  5. สีขาว (ขาวนวล, ขาวสะอาด) แทนสัญลักษณ์ ธาตุโลหะ ได้แก่ หัวผักกาดขาว ผักกาดขาว กะหล่ำดอก มะพร้าว น้อยหน่าฯลฯ
อนึ่ง คนส่วนใหญ่ มักเข้าใจว่า โปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดีมากกว่าโปรตีนในพืช ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะแท้ที่จริงแล้ว โปรตีนในผัก ธัญพืช ถั่วงา ก็มีคุณค่าใกล้เคียงกัน



<< กลับไปการดูแลสุขภาพ



copy@right 2011 by www.milesiam.org