Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

www.milesiam.org | วันจันทร์ ที่ 16 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561
ประวัติอริยเจ้า   คำสอนของพระศาสดา ธรรมะในชีวิตประจำวัน ข้อคิด คำคม
ประวัติอริยเจ้า
ประวัติองค์จินกงจู่ซือ
(พระธรรมาจารย์องค์ที่ 17 - พระภาคสุดท้ายขององค์พระเมตไตรย)
            พระธรรมาจารย์องค์ที่ 17 มีนามเดิมว่า "ลู่จงอี" (พระภาคขององค์พระเมตไตรย) เกิดเมื่อวันที่ 24 เดือน 4 ปี
ค.ศ. 1849 ที่เมืองจี้หนิง มณฑลซันตง ประเทศจีน มีน้องสาวร่วมอุทร (พระภาคของพระพุทธอาวุโสแห่งแดนทะเลใต้) 1 คน ซึ่งได้รับพระบัญชาให้จุติสู่โลกมาช่วยงานธรรม มีนามว่า "เหล่ากูไหน่ไน"
            ในปี 1870 เมื่อท่านอายุ 22 ปี ได้เข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 8 ปีจนได้เป็นนายทหาร มาในปี 1895 วันหนึ่งตอนที่ท่านอายุ 47 ปี ท่านได้นิมิตจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ไปรับธรรมะกับพระธรรมาจารย์องค์ที่ 16 “อาจารย์หลิวชิงซวี หรือ หลิวจู่” ที่เมืองชิงโจว มณฑลซันตง ท่านจึงสะพายถุงย่ามใบหนึ่งไปที่เมืองชิงโจว เพื่อขอพบพระธรรมาจารย์องค์ที่ 16 เมื่อถึงที่นั่นท่านเดินไปเดินมาอยู่หน้าประตู จนคนเฝ้าประตูต้องไปรายงานต่ออาจารย์หลิว อาจารย์หลิวออกมาดู พบบุคลิกลักษณะตรงตามที่องค์ธรรมมารดาได้บอกไว้ว่าจะมีคนสวมหมวกสักหลาด ใส่เสื้อนวมปุยฝ้าย สะพายกระเป๋าย่ามมาใบหนึ่ง มาขอรับธรรมะ ชายคนนี้แลดูเหมือนคนโง่ๆแต่แฝงไว้ด้วยความล้ำลึก หากเขาได้รับธรรมะแล้ววันข้างหน้าจะบำเพ็ญปฎิบัติธรรมได้ดี จึงถามลู่จงอีว่า มาด้วยเรื่องอันใด ลู่จงอีได้เล่าความฝันให้อาจารย์หลิวฟัง อาจารย์หลิวจึงพูดว่า การขอรับธรรมะนั้นต้องมีเงินทำบุญ ลู่จงอีจึงได้นำเงินที่สะสมมาทั้งหมดตอนที่เป็นทหาร ยกให้เป็นเงินทำบุญ หลังจากรับธรรมะแล้ว ลู่จงอีได้บำเพ็ญธรรมอยู่ในสถานธรรมของอาจารย์หลิว เนื่องจากลู่จงอีเป็นคนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ จึงได้รับผิดชอบหาบน้ำ ผ่าฟืน ตำข้าวและกวาดถูพื้น อยู่ในห้องครัว เป็นเวลา 3 ปี
            ในปี 1898 เมื่อลู่จงอีอายุได้ 50 ปี องค์ธรรมมารดาได้บอกกล่าวอาจารย์หลิวให้มอบสายธรรมให้กับผู้ที่ในฝ่ามือ 2 ข้างมีตัวอักษร "เหอ" และ "ถง" ให้เป็นพระธรรมาจารย์องค์ที่ 17 หลังจากมีการคัดเลือกหลายครั้ง อาจารย์หลิวพบว่ามีเพียงลู่จงอีคนเดียวที่ในฝ่ามือ 2 ข้างมีอักษร "เหอ" และ "ถง" ในขณะนั้นอาจารย์หลิวเกรงว่าลูกศิษย์ทั้งหลายจะอิจฉาริษยาและให้ร้ายลู่จงอี จึงไม่กล้าประกาศออกมา ได้แต่พูดว่า ลู่จงอีเป็นคนบุ่มบ่าม ในมือไม่มีตัวอักษร "เหอถง" ให้รีบกลับไปทำงานในห้องครัวตามเดิม ตกกลางคืน อาจารย์หลิวได้ไปหาลู่จงอีที่ห้องครัว เพื่อแต่งตั้งลู่จงอี ให้เป็น พระธรรมาจารย์องค์ที่ 17 และให้รีบกลับไปบ้านเกิดเพื่อไปปฎิบัติธรรม ลู่จงอีกลับไปหาน้องสาว คือเหล่ากูไหน่ไน จากนั้นทั้งสองก็ได้ร่วมปฏิบัติธรรมเรื่อยมา ด้วยลู่จงอีเป็นคนไม่รู้หนังสือ จึงให้ผู้อื่นมาช่วยเขียนใบพระราชสาส์น รวมทั้งบัญชีเงินทำบุญก็ให้ผู้อื่นเขียนให้อย่างชัดเจน เงินทำบุญใช้กระดาษห่อไว้แล้วผูกด้วยเชือกเส้นเล็กๆ ใส่ในไห 2 ใบจนเต็ม เมื่อเต็มไหก็หาบไปส่งมอบให้อาจารย์หลิว
            ในปี 1905 เดือน 3 วันที่ 15 พระธรรมาจารย์องค์ที่ 16 ก็ละสังขารจากโลก
            ตลอดชีวิตของลู่จงอี ท่านบำเพ็ญธรรมปฎิบัติธรรมด้วยความเมตตาโง่เขลา ใครด่ามาไม่ด่าตอบ ใครตีมาไม่ตีตอบ อดกลั้นอดทน ยิ้มแย้ม เป็นคนประหยัดและมัธยัสถ์
            ในปี 1925 ก่อนที่ลู่จงอีจะสำเร็จธรรม ท่านได้ทดสอบลูกศิษย์ทั้งหลายเพื่อพิสูจน์ว่าใครบำเพ็ญจริงปฎิบัติจริง มีอยู่วันหนึ่งท่านได้ประกาศกับลูกศิษย์ว่า ตอนนี้ทุกอย่างเป็นปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญอะไรเป็นพิเศษ ท่านให้คนไปซื้อเนื้อหมูมาปรุงอาหาร ให้ทุกคนได้รับประทาน ขณะนั้นมีเพียงพระธรรมาจารย์ชายที่แสร้งทำเป็นปวดท้อง และพระธรรมาจารย์หญิงแสร้งทำเป็นไม่สบาย จะได้ไม่ต้องผิดศีล ในที่สุดมีเพียงพระธรรมาจารย์ชาย - หญิง 2 ท่านเท่านั้นที่ผ่านการทดสอบ นอกนั้นสอบตกหมด ด้วยเหตุนี้ พระธรรมาจารย์ชาย พระธรรมาจารย์หญิงทั้ง 2 ท่าน จึงได้เป็นพระธรรมาจารย์องค์ที่ 18 มาช่วยงานเก็บรวมในธรรมกาลยุคสุดท้ายนี้
            ในปี 1925 เดือน 2 วันที่ 2 “ลู่จู่” พระธรรมาจารย์องค์ที่ 17 บุญกุศลครบถ้วนสมบูรณ์ละสังขารจากโลก เมื่ออายุ 77 ปีและได้รับพระราชทานนามธรรมจากองค์ธรรมมารดาเป็น “จินกงจู่ซือ” หลังจากนั้น 100 วัน องค์ธรรมมารดาได้ให้เหล่ากูไหน่ไนรับราชโองการรักษาการณ์ต่ออีก 12 ปี จากนั้นสายธรรมจึงถูกส่งต่อให้พระธรรมาจารย์ชาย พระธรรมาจารย์หญิง ทั้งสองท่านเป็นพระธรรมาจารย์องค์ที่ 18
บทสังเขป
ผู้บำเพ็ญธรรม ปฏิบัติธรรมที่แท้จริงต้องละเว้นเนื้อสัตว์ หากกินเนื้อสัตว์ถือว่าผิดศีลข้อที่ 1

<< กลับไปประวัติอริยเจ้า


copy@right 2011 by www.milesiam.org