Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

www.milesiam.org | วันอังคาร ที่ 25 เดือน กันยายน พ.ศ. 2561
ประวัติอริยเจ้า   คำสอนของพระศาสดา ธรรมะในชีวิตประจำวัน ข้อคิด คำคม

ประวัติอริยเจ้า
ประวัติพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์





            ในศาสนาพุทธนิกายมหายาน พระโพธิสัตว์กษิติครรภ์ เป็นพระโพธิสัตว์ที่ทรงได้รับการเคารพนับถือและมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพระโพธิสัตว์อื่นๆ ทรงปรากฏชื่อในพระสูตรชื่อ "พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร" หรือ
"ตี่จั่งอ๊วงพู่สักบึ้งง่วนเก็ง" โดยแปลจากภาษาสันสกฤต พระสูตรนี้กล่าวถึงพระมหาปณิธานของพระองค์ท่าน โดยมีปณิธานดังนี้ คือ "ตราบใดที่นรกยังไม่สูญ คือ ไม่ว่างจากสัตว์นรก ตราบนั้นก็จะไม่ขอบรรลุพุทธภูมิ"
            พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ทรงโปรดสัตว์ในภพภูมิต่างๆ คือ มนุษย์ เทวดา อสูร เปรต สัตว์เดรัจฉาน และสัตว์ในนรกภูมิ ทรงเต็มไปด้วยความเมตตา ทรงปฏิบัติพระองค์เพื่อช่วยสรรพสัตว์ทั้ง 6 เหล่า โดยทรงแผ่กุศลปัตติทานให้ อันเป็นผลกรรมนำสรรพสัตว์ไปสู่สุคติ ได้บรรลุมรรคผลไปแล้วมากมายเกินจะนับได้ ตลอดระยะเวลานานเป็นอสงไขยกัปป์อันประมาณมิได้
            พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงเคยถือกำเนิดเป็นบุตรีในสกุลพราหมณ์ครอบครัวหนึ่ง บิดาชื่อ "ชีรชิณณพราหมณ์" และมารดาชื่อ "ยัฏฐีลีพราหมณี" บิดาได้ถึงแก่กรรมก่อนมารดา จึงทำให้อาศัยอยู่กับมารดาตลอดมา พระองค์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพราหมณี เป็นผู้มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป เป็นคนใจดีมีเมตตา อยู่ในศีลในธรรม ส่วนมารดานั้นกลับประพฤติตรงข้ามกับบุตรี ไม่นับถือพระรัตนตรัย ไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่เชื่อเรื่องสวรรค์หรือนรก แม้ว่าพราหมณีบุตรีจะชักชวนหรือโน้มน้าวจิตใจอย่างไร เพราะนางยัฏฐีลีพราหมณีมีมิจฉาทิฐฐิรุนแรง
            ต่อมา นางยัฏฐีลีพราหมณี ได้ถึงแก่กรรมลง ผลกรรมที่นางทำไว้ทำให้นางไปตกนรกอเวจี ฝ่ายทางนางพราหมณีบุตรี เมื่อมารดาได้ถึงแก่กรรมลง นางมีความโศกเศร้าเสียใจ เพราะรู้แน่ว่า มารดาคงไม่ไปสู่สุคติ นางอยากช่วยเหลือมารดา แม้ว่าจะต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติมีค่า หรือชีวิตของนางก็ตาม นางจึงได้ขายบ้านเรือน และของมีค่าทั้งหมดที่มี โดยรวบรวมเงินทั้งหมดไปซื้อดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องสักการะบูชาต่างๆ ไปสักการะบูชาตามวัดวาอารามต่างๆ และนำไปบริจาคทานแก่คนยากจน และสัตว์ที่อดอยากหิวโหย เพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้แก่มารดาที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้นางพราหมณีบุตรี ยังเป็นผู้ถือศีล บำเพ็ญเพียรภาวนา บูชากราบไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระนามว่า พระสัมมาสัมพุทธปัทมอิศวรชาตตถาคต) โดยนางภาวนาขอให้ผลของการบริจาคทานของนาง จงเกิดเป็นกุศลผลบุญไถ่บาปให้กับมารดาและพ้นจากนรก และไปสู่สุคติ
            เนื่องจากการปฏิบัติธรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลายเรื่อยมา ทำให้วันหนึ่งนางพราหมณีบุตรีได้ยินเสียงทิพย์กระซิบบอกนางว่า "ดูกร พราหมณี จงหยุดเศร้าโศกเถิด ตถาคตจะชี้ทางให้" นางพราหมณี เกิดความยินดีอย่างมาก ก้มลงกราบและอธิษฐานว่า "ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระเมตตา โปรดบอกที่อยู่ของมารดาของข้าพระองค์ด้วยเถิด เนื่องจากข้าพระองค์ได้ตั้งจิตไว้ว่า จะขอพบมารดาเพื่อทราบความเป็นอยู่ของท่านว่ามีสุขทุกข์อย่างไรบ้าง แม้จะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ยินดี หากจะช่วยเหลือมารดาของข้าพระองค์ให้มีความสุขได้"
            แต่หลังจากนั้น เนื่องจากไม่มีเสียงตอบรับใดๆ อีกเลย นางจึงบังเกิดความเศร้าโศกเสียใจ ร้องไห้จนเป็นลมไป พอนางฟื้นขึ้นมา นางก็ได้ยินเสียงทิพย์เข้ามาที่หูว่า "ดูกร พราหมณี จงหยุดเศร้าโศกเถิด บุญกุศลที่เจ้าทำทั้งการสักการะบูชาพระพุทธ และการบริจาคทานนั้น บุญกุศลแรงนัก จงหมั่นปฏิบัติบำเพ็ญต่อไป จะบังเกิดผลแก่มารดาดังความปรารถนา" ทำให้นางดีใจและปิติสุขอย่างมาก และอธิษฐานขอให้นางได้พบมารดาดังที่หวังไว้
            ต่อมานางพราหมณีบุตรีได้นั่งเจริญวิปัสสนากรรมฐานอย่างแน่วแน่ บุญกุศลได้ดลบันดาลให้วิญญาณของนางออกจากร่างไปสู่ยังมหาสมุทรแห่งหนึ่ง ซึ่งน่ากลัวมาก น้ำทะเลที่นั่นเป็นน้ำเดือด และมีอสูรกายตัวใหญ่น่ากลัวกำลังไล่จับมนุษย์ที่ลอยคออยู่ในน้ำจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เพื่อฉีกกินเป็นอาหาร น่ากลัวมากจนนางไม่กล้าหันไปมองด้วยความกลัวและสงสารมนุษย์เหล่านั้น
            ในระหว่างนั้นเอง ได้มีเทพอสูร นามว่า "บ่อตั๊ก" และบริวาร ได้เดินตรงเข้ามาหานางและพนมมือไหว้ และกล่าวว่า "สาธุ พระโพธิสัตว์ผู้เจริญ ท่านมาถึงแดนนรกนี้ ด้วยเหตุใด" นางพราหมณีบุตรีจึงตอบว่า "ข้าพเจ้ามีความประสงต์อยากทราบความเป็นอยู่ของมารดา ชื่อ ยัฏฐีลีพราหมณี ซึ่งได้ถึงแก่กรรมเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ทราบว่าตอนนี้วิญญาณของนางไปอยู่ที่แห่งใด ข้าพเจ้าเป็นห่วงมารดามาก ขอโปรดอนุญาตให้ข้าพเจ้าได้พบมารดาด้วยเถิด"
            เทพอสูรเมื่อได้ฟัง จึงกล่าวตอบว่า "ข้าแต่พระโพธิสัตว์ผู้เจริญ มารดาของท่านนามว่า ยัฏฐีลีพราหมณี ได้เคยตกลงมาในดินแดนนรกภูมินี้ แต่เนื่องจากนางได้รับบุญกุศลอันประเสริฐและยิ่งใหญ่จากการที่ท่านได้บำเพ็ญกุศลมาให้ มารดาของท่านได้ไปพ้นจากแดนนรกไปสู่สุคติแล้ว" พร้อมกับยกมือพนมพร้อมกับก้มลงแล้วจากไป
            เมื่อนางได้ทราบดังนั้น นางจึงมีความยินดีและหมดห่วงในตัวมารดา แต่นางกลับเกิดความสงสารบรรดามนุษย์ที่ตกนรกและได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสเหล่านั้น จึงเกิดความเมตตาอันแรงกล้าที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์ในนรกเหล่านั้น
            นางพราหมณีบุตรี จึงอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูป ขอถือศีลภาวนา บำเพ็ญทานบารมี เพื่อโปรดสรรพสัตว์ในนรกอเวจีตลอดจนถึงอนาคต ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อย่าได้เบื่อหน่ายต่อการบำเพ็ญกุศลกรรมดังกล่าว
            ด้วยเหตุที่ทรงบำเพ็ญบารมีเช่นนี้ จึงทำให้นางพราหมณีบุตรี เมื่อนางถึงแก่กรรม ได้กลับชาติมาเกิดเป็นบุรุษ และบำเพ็ญเพียรสร้างบารมี จนสำเร็จมรรคผลกลายเป็นพระโพธิสัตว์ พระนามว่า พระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์


Click เพื่อดู VDO "พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์"
ข้อมูลเพิ่มเติมประวัติพระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์
            ในศาสนาพุทธฝ่ายเถรวาท มีเรื่องราวที่คล้ายคลึงและเทียบกันได้กับตำนานของพระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์ คือ เรื่องพระมาลัย ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยและประเทศลาว เนื้อหาของเรื่องนี้กล่าวถึง พระมาลัยซึ่งเป็นพระอรหันต์ชาวลังกา สำเร็จฤทธิ์อภิญญาญานต่างๆ จากการบำเพ็ญสมาธิ และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สืบทอคความเป็นเลิศทางฤทธิ์ต่อจากพระมหาโมคคัลลานะ ผู้เป็นอัครสาวกฝ่ายซ้าย ตำนานเล่าว่าท่านได้อาศัยฤทธิ์เดชของท่านท่องไปยังนรกเพื่อเทศนาโปรดสัตว์นรกทั้งปวงให้บรรเทาจากทุกขเวทนา และได้รับรู้ถึงมูลเหตุและผลกรรมที่ต้องมาเสวยทุกข์เวทนาในนรกขุมต่างๆ ของสัตว์นรกเหล่านั้น นอกจากนี้ท่านยังได้ขึ้นไปยังสวรรค์เพื่อบูชาเจดีย์พระจุฬามณีและสนทนากับเหล่าเทวดาถึงเหตุและผลแห่งบุญที่ตนได้กระทำ ก่อนจะนำสิ่งที่ได้พบเห็นทั้งหมดมาประกาศให้ชาวโลกรับรู้และตั้งใจบำเพ็ญความดีสืบต่อไป

<< กลับไปประวัติอริยเจ้า


copy@right 2011 by www.milesiam.org