Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

www.milesiam.org | วันพุธ ที่ 18 เดือน กันยายน พ.ศ. 2562
ประวัติอริยเจ้า   คำสอนของพระศาสดา ธรรมะในชีวิตประจำวัน ข้อคิด คำคม

คำสอนของพระศาสดา

พระธรรมาจารย์เว่ยหล่าง หรือ ฮุ่ยเหนิง

มนุษย์นคร

ความว่างก่อกำเนิดสรรพสิ่ง ถ้าปราศจากความว่างเสียแล้ว สรรพสิ่งมิอาจถือกำเนิดขึ้นมาด้เลย เพราะฉะนั้นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวน้อยใหญ่ในจักรวาลนี้ล้วนมีความว่างเป็นปัจจัยสำคัญ จึงกำเนิดขึ้นมาและดำรงอยู่ได้ ธรรมญาณของมนุษย์ก็เฉกเช่นเดียวกัน เพราะมีความว่างจึงสามารถปรุงแต่งสรรพสิ่งได้มากมายจนมิอาจประมาณได้เลย ใครสามารถเข้าถึงความสามารถเดิมแท้แห่งธรรมญาณได้ ก็จักเข้าใจจักรวาลนี้เช่นเดียวกัน เพราะอำนาจการปรุงแต่งมิได้แตกต่างไปจากความว่างอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติเลย
พระธรรมาจารย์ฮุ่ยเหนิงได้กล่าวเปรียบเทียบเอาไว้อย่างน่าศึกษาว่า "ตัวของเรานี้เป็นนครแห่งหนึ่งตา หู จมูก ลิ้น เป็นเฉกเช่นประตูเมือง ประตูนอกมี 4 ประตู ซึ่งเป็นอำนาจการปรุงแต่งสำหรับนึกคิด ใจนั้นเป็นแผ่นดิน ส่วนธรรมญาณเป็นเช่น
พระเจ้าแผ่นดินอาศัยอยู่ในมณฑลแห่งใจ ถ้าธรรมญาณยังอยู่ข้างในก็หมายความว่าพระเจ้าแผ่นดินยังอยู่ กายและใจของเราก็ยังคงอยู่ แต่เมื่อธรรมญาณออกไปเสียแล้วซึ่งหมายถึงพระเจ้าแผ่นดินมิได้อยู่ กายและใจของเราก็แตกสลายสาบสูญไป"
ถ้อยความเปรียบเทียบเช่นนี้ย่อมเห็นชัดเจนว่า สิ่งที่เป็นตัวตนแท้ที่จริงของมมนุษย์นั้นคือ ธรรมญาณ ซึ่งเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น
ผู้เบิกบานอันแท้จริงตามธรรมชาติเดิมแท้ และมีความบริสุทธิ์สะอาดชัดเจนชนิดที่ไม่มีอะไรปรุงแต่งได้อีกเลย แต่เพราะตกอยู่ในอำนาจของความดีชั่ว มืดสว่างแห่งโลกนี้ กิเลสทั้งปวงที่วิ่งเข้าสู่ประตูทั้ง 4 จึงก่อให้เกิดการปรุงแต่งไม่มีที่สิ้นสุด จน
ลืมเลือนธรรมญาณอันแท้จริงของตนเองไปเสียสิ้น พระธรรมาจารย์ฮุ่ยเหนิงจึงกล่าวว่า "เราต้องปฏิบัติเพื่อความเป็นพุทธะในภายในธรรมญาณและจักไม่แสวงหาธรรมญาณในที่อื่นนอกจากตัวเราเอง
  • ผู้ที่ถูกความเขลาครอบงำมองไม่เห็นธรรมญาณนั้นจัดเป็นคนสามัญปุถุชน
  • ผู้ที่มีความสว่างมองเห็นธรรมญาณของตนเองจัดเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง
  • ผู้ที่มีความเมตตากรุณาย่อมเป็นพระอวโลกิเตศวร
  • ผู้ที่มีความเพลินเพลินในการโปรยทานย่อมเป็นพระมหาสถามะอันเป็นพระโพธิสัตว์อีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งคู่กับ
    พระโพธิสัตว์กวนอิม
  • ผู้ที่สามารถทำให้ชีวิตบริสุทธิ์ก็คือพระศากยมุนีพุทธเจ้า
  • ผู้ที่มีความสม่ำเสมอตรงแน่วคือพระอมิตาภะ"
อานุภาพแห่งธรรมญาณที่เปล่งประกายออกมาเช่นนี้ย่อมดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งพระพุทธ พระโพธิสัตว์โดยแท้จริง แต่ถ้าตกอยู่ในอำนาจการปรุงแต่งทางด้านอบายคติย่อมกลับกลายเป็นภัยอันใหญ่หลวงของตนเอง พระธรรมาจารย์ฮุ่ยเหนิงจึงเปรียบเทียบว่า "ผู้ที่ติดอยู่ในตัวตนและความมีความเป็น คือเขาพระสุเมรุ ใจที่สามานต่ำช้าได้แก่ มหาสมุทร มีกิเลสเป็นระลอกคลื่น มีความชั่วเป็นเช่นมังกรร้าย ความเท็จคือผีห่า อารมณ์ภายนอกเป็นเช่นสัตว์น้ำต่างๆ ความโลภ และโกรธ คือ นรกโลกันต์ อวิชชาและความมัวเมาทั้งปวง คือ สัตว์เดรัจฉานทั่วไป"
อำนาจการปรุงแต่งจึงมีกำลังอยู่สองประการคือ ร้ายกับดี เพราะฉะนั้นขณะที่มีกายอยู่ จึงมิต้องแสวงหา สวรรค์ นรก นอกกายเลย แต่จงค้นหาภายในจิตของตนเอง ครั้งหนึ่งมีนายพลท่านหนึ่งสะพายดาบเข้าไปหาพระอาาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งชอบแสดงธรรมเกี่ยวกับนรกสวรรค์ โดยกล่าวกับพระอาจารย์ท่านนั้นว่า "วันนี้หลวงพ่อต้องแสดง นรก สวรรค์ ให้ชัดเจนมิเช่นนั้นจักต้องได้เห็นดีกันแน่แท้"
"เธอหรือคือนายพล รูปร่างอ้วนพีดั่งหมูตัวหนึ่งแล้วจักสำแดงฝีมือขับไล่ศัตรูได้อย่างไร"
นายพลได้ยินพระอาจารย์กล่าวดังนี้ บันดาลโทสะ เพราะถูกสบประมาท จึงชักดาบออกจากฝัก พระอาจารย์ยกมือขึ้นแล้วกล่าวว่า "อมิตาพุทธ ประตูนรกเปิดแล้วเชิญท่านเดินเข้าไปได้" นายพลได้สติหากฆ่าฟันพระอาจารย์ถึงแก่มรณภาพย่อมมีนรกเป็นที่ไป จึงสอดดาบกลับคืนสู่ฝัก พระอาจารย์จึงกล่าวต่อไปว่า "อมิตาพุทธ ประตูสวรรค์เปิดแล้ว เชิญท่านก้าวเข้าไปได้"
นิทานเรื่องนี้จึงชี้ให้เห็นความจริงว่า ตราบใดกายสังขารยังอยู่ นรกย่อมอยู่ในอกสวรรค์ย่อมอยู่ในใจ อาการที่จิตสำแดงออกมานั้นเป็นไปตามความเคยชินแห่งการอาศัยอยู่ในนรกและสวรรค์อย่างแท้จริง พระธรรมาจารย์ฮุ่ยเหนิงกล่าวว่า "ถ้าประพฤติในกุศล 10 ประการอย่างมั่นคง แดนสุขาวดีก็ปรากฏแก่ตัวเราทันที เมื่อขจัดความเห็นแก่ตัวตนและปรุงแต่งเป็นนั่นเป็นนี่ทิ้งไปเสีย ภูเขาพระสุเมรุก็พังทลายลงมา เมื่อใดจิตพ้นไปจากความชั่ว น้ำในมหาสมุทรย่อมเหือดแห้งไปสิ้น เมื่อเป็นอิสระอยู่เหนือกิเลสทั้งปวงคลื่นลมทั้งหลายก็สงบเงียบ เมื่อใดความชั่วมิกล้าเผชิญหน้า เมื่อนั้นปลาร้ายมังกรร้ายก็ตายสิ้น" ผู้มีปัญญาจึงแสวงหาหนทางแห่งความพ้นทุกข์ภายในธรรมญาณของตนเองแต่เพียงสถานเดียว


<< กลับไปคำสอนของพระศาสดา


copy@right 2011 by www.milesiam.org